ความร่วมมือในการดึงถ่วงน้ำหนักที่บ้านของผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักและผลการรักษา โรงพยาบาลพิจิตร

นันทสิริ แสงสว่าง,อารม ธรรมกวินวงศ์, ศิริวรรณ บุญยืน

ศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลพิจิตร

 

บทคัดย่อ

ความสำคัญ: ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักที่รักษาด้วยการไม่ผ่าตัด ต้องได้รับการดึงถ่วงน้ำหนักเป็นเวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ลดความเจ็บปวด และให้กระดูกติดในแนวที่แพทย์ผู้รักษายอมรับได้ ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ผู้ป่วยถอดอุปกรณ์ดึงถ่วงออกก่อนกำหนด ไม่มาตรวจตามแพทย์นัด ทำให้มีภาวะแทรกซ้อน หรือเกิดแผลกดทับ

วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินความร่วมมือในการดึงถ่วงน้ำหนักของผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักภายหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล ผลการรักษา และภาวะแทรกซ้อน

รูปแบบการศึกษา สถานที่ และผู้ป่วย: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา (descriptive) ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น fracture inter-trochanteric ระหว่างตุลาคม 2556 ถึงกันยายน 2557 ซึ่งแพทย์รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลพิจิตร และได้รับการดึงถ่วงน้ำหนักต่อที่บ้าน

  • : รวบรวมข้อมูลจากการสอบถามทางโทรศัพท์จากผู้ป่วยหรือญาติด้านลักษณะทั่วไป ระยะเวลาการดึงถ่วงน้ำหนัก และภาวะแทรกซ้อน
  • : ผู้ป่วยที่ศึกษา เป็นชายร้อยละ 28.9 อายุเฉลี่ย 73.2±14.5 ปี นอนโรงพยาบาล 7.7±7.4 วัน ดึงถ่วงน้ำหนักครบกำหนดร้อยละ 67.3 การถอดอุปกรณ์ดึงถ่วงน้ำหนักผู้ป่วยถอดในวันที่ 5 ของการดึงถ่วงน้ำหนัก ผู้ป่วยมาตรวจตามนัดร้อยละ 82.7 ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนร้อยละ 92.3 เกิดแผลกดทับร้อยละ 7.7 ผลการรักษาเมื่อครบกำหนด ผู้ป่วยยังต้องนอนบนเตียงตลอดเวลา (bed-ridden) ร้อยละ 8.7 เดินไม่ได้เลยร้อยละ 32.7 เดินได้โดยใช้เครื่องพยุงร้อยละ 41.3 และผู้ป่วยเดินได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องพยุงร้อยละ 17.3 ลักษณะที่เพิ่มความเสี่ยงของการดึงถ่วงน้ำหนักไม่ครบกำหนดได้แก่ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 60ปี ผู้ป่วยที่สถานภาพสมรสหม้ายและผู้ป่วยเพศชาย ระยะเวลาดึงถ่วงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ทำให้โอกาสเดินได้เพิ่มขึ้น

 


 

ข้อยุติและการนำไปใช้: ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักที่ดึงถ่วงน้ำหนักควรเฝ้าระวังและให้การดูแลผู้ป่วยอย่างเข็มข้นภายใน 5 วันแรกของการดึงถ่วงน้ำหนัก

 

คำสำคัญ: Fracture inter-trochanteric, Skin traction, Risk factors, Complications, Ambulation, Home care